Mr.Ekkaphong さんのプロフィール♪ Dreamaker ♫ "ฉันจะฝากเ...フォトブログリスト ツール ヘルプ

Saivirat Mr.Ekkaphong

職業
所在地
好きなもの/好きなこと
small eye -__-,

born in asia,

tall 178-181(ในพาสปอร์ตอะ) cm.,

thin w.68-71 kg.,

Dreamaker "to make my dream become real". *-*
リスト
PINGBOOK ENTERTAINMENT ปิงบุ๊ค ! ดูเอ็มวี เกาหลี ญี่ปุ่น จีน ละคร หนัง ภาพยนตร์ มิวสิควีดีโอ มิวสิกวีดีโอ ออนไลน์ ใหม่ๆสดๆ อัพเดททุกวินาที
Vampires 660 Sumo ออกมาวันที่ 3 มีนา 52 แจ่มไปกับ 4Shared
リスト項目が追加されていません。

♪ Dreamaker ♫ "ฉันจะฝากเอาไว้ อยู่ในพื้นดินและท้องฟ้า มันเป็น ความคิด ที่กระซิบว่า.."

ส่วนมากจะอัพ hi5 นะครับ แวะไปดูที่นั้นจะดีกว่า ^_^.. dreamakers.hi5.com
3月12日

มหาวิทยาลัยขอนแก่น จากไร้สาระนุกรม

มหาวิทยาลัยขอนแก่น

จากไร้สาระนุกรม - อนึ่งบทความนี้ถูกแก้ไขได้โดยผู้ใช้ทั่วไป หากแป้กหรือเสื่อมประการใดทางเราไม่ขอรับผิดชอบใดๆทั้งสิ้น

 

เรื่องน่ารู้ประจำมหาวิทยาลัย

ความรู้ทั่วไป

  • ที่มข.มีโรงเรียนสาธิตสองโรงเรียน (สาธิตศึกษาศาสตร์ กับ สาธิตมอดินแดง)
  • สีประจำ มข.คือ สีดินแดง (สีอิฐ)
  • ดอกไม้ประจำ มข.คือ ดอกกัลปพฤกษ์ (แต่ทางมหาลัยกำหนดให้เรียกว่า "กาลพฤกษ์" นะ)

เกร็ดเล็กเกร็ดน้อย

  • มข.มีพื้นที่ใหญ่มากๆ เกือบ 6,000 ไร่ แต่เกือบ 80% ดันเป็นพื้นที่ป่า
  • มีสระแห่งหนึ่งของมหาวิทยาลัยที่เรียกว่าสระพลาสติก เพราะว่าก้นบ่อใช้พลาสติกรองไว้ มีหน้าที่เก็บน้ำไว้ทำน้ำประปาของมหาวิทยาลัย
  • "สระพลาสติก" แห่งนี้ "ห้ามปล่อยสัตว์น้ำ" และ "ห้ามนำสุนัขไปอาบน้ำในสระ"
  • เด็ก มข. เกือบทุกคนมีมอเตอร์ไซด์หรือรถส่วนตัวใช้ ถ้าไม่มีก็ต้องมีเพื่อนที่มี ไม่งั้นจะอยู่ที่นี่อย่างลำบาก ถึงขั้นง่อยกินทีเดียว (สาบานได้)
  • ดังนั้น มข.จึงมีปั๊มน้ำมัน ปตท. อยู่ในมอ พร้อมบริการครบวงจร
  • อคร.(ย่อมาจาก อาคารเรียนรวมมหาวิทยาลัยขอนแก่น แต่เรียกเล่นๆ ว่าอาคารโคตรร้อน)( ตอนนี้ติดแอร์แล้วนะ แต่ก็ยังร้อนอยู่ ถ้าไม่นั่งใกล้แอร์)
  • "ตึกหลอด" อยู่คณะวิทย์ เป็นตึกที่เรียน Lab แล้วสนุกที่สุด (มีอุปกรณ์ฟิสิกส์แปลกๆ ยั้วเยี้ย เต็มไปหมด)
  • มข. เป็นมหาวิทยาลัยที่มีหอพักนักศึกษามากที่สุด และค่าหอก็ถูกที่สุดด้วย (ถูกสุด 800 บาท เดี๋ยวนี้ขึ้นเป็น 1,200 แล้ว)(ปี 2542 เทอมละ 350 ครับ น้ำไฟ ฟรี)
  • คุณต้องทำกิจกรรมอย่างน้อยประมาณเดือนละ 10 วัน ถึงจะมีสิทธิ์เข้าอยู่หอในของ มข. (อันนี้ไม่จริงทำกิจกรรมตลอดยังตกหอเลย)
  • Complex เป็นศูนย์อาหารและบริการของนักศึกษาที่นี่ และยังเป็นแหล่งรวมสถาบันติวของเด็ก มข. ที่เปิดอย่างลับๆ (รุ่นพี่เปิดติวรุ่นน้องนั่นแหละ) เป็นที่ซุ่มอ่านหนังสือในยามดึกสงัดของคืนวันก่อนสอบ และที่น่าสนใจคือ บอร์ดติดประกาศของ complex ที่มีประกาศแทบทุกชนิดมาติดเอาไว้ตั้งแต่ ดินสอหาย สุนัขหาย สามีหายออกจากบ้าน ประกาศขายมือถือ ขายสกู๊ตเตอร์ ขาย vcd ซีรี่ส์หนังเกาหลี ประกาศห้องว่างให้เช่า แต่ที่เด็ดสุด ก็ตรงที่มีประกาศจับคนร้ายขโมยกระเป๋าตังค์พร้อมเปิดเผยหน้าตาด้วยนี่แหละ
  • "ตึกเพียรวิจิตร" เป็นสมบัติของคณะวิศวะ ที่มีคนเข้าไปอ่านหนังสือมากพอๆ กับหอสมุดกลาง แต่อีกที่หนึ่งที่มีคนไปอ่านหนังสือมากพอๆ กัน คือ "โรงอาหารคณะแพทย์"
  • เสื้อครุย ของ มข. ตอนรับปริญญา เรียกว่าครุยเทวดา
  • คณะที่ก่อตั้งพร้อมๆ กับ มข. คือ คณะวิทยาศาสตร์-อักษรศาสตร์ (ปัจจุบันแตกไลน์เป็น 4 คณะ คือ คณะวิทยาศาสตร์ คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ คณะวิทยาการจัดการ และคณะเทคโนโลยี) คณะวิศวกรรมศาสตร์ คณะเกษตรศาสตร์
  • ละครคณะวิทยาการสนุกที่สุด ละครคณะมนุษย์นักแสดงหน้าตาดีที่สุด ละครคณะวิศวกรรมศาสตร์มุกตลกฮาที่สุด ส่วนละครคณะแพทย์ขายบัตร VIP แพงที่สุด (แต่ก็คุ้มค่านะ)
  • กังสดาล ถือเป็นแหล่งที่รวบรวมอาหาร หอนอก และสาวเภสัช เอาไว้มากที่สุดใน มข.
  • กังสดาล แบ่งเป็น กังบน กับ กังล่าง สมัยก่อนกังบนขายแต่อาหารแพงๆ เน้นรสชาติ ส่วนกังล่างขายอาหารถูกๆ เน้นปริมาณกับคุณภาพ (เช่นผัดไทยกรรมกร ให้เยอะยังกับให้กรรมกรกิน) แต่เดี๋ยวนี้ เนื้อที่ กังบน โดนทุบเอาไปสร้างถนนเกือบหมดแล้ว ทำให้ร้านอาหารที่กังบนส่วนใหญ่ ย้ายลงมาเบียดกับร้านอาหารที่ กังล่าง ซะงั้น
  • U-center คือแหล่งรวมอาหาร ร้านเกม และร้านการ์ตูน ของ มข.
  • ที่ U-center จะมีซอยๆ หนึ่ง ชื่อว่า "ซอยโลกีย์" ไม่ขออธิบายนะ ชื่อมันฟ้องอยู่แล้ว
  • คุณสามารถร้องเกะชั่วโมงละ 50 บาท ได้ที่ U-center
  • อย่าสับสนระหว่าง U-center กับ U-bar เพราะมันไม่เกี่ยวข้องกันเลย U-bar ไม่ได้อยู่ในมอนะ อย่าเข้าใจผิด (U-bar อยู่ใกล้ศาลหลักเมืองในเมืองขอนแก่นนู่น....)
  • เจ๊พร เป็นแหล่งรวม ร้านอาหาร ร้านนม ร้านจิ้มจุ่มและของกุ๊กกิ๊ก ของ มข.
  • ร้าน 25th copy เป็นร้านถ่ายเอกสาร ตั้งอยู่ที่เจ๊พร ถ้าเกิดตำรวจลองเข้ามาตรวจค้นจริงๆ มีหวังเจ้าของร้านโดนค่าปรับโทษฐานละเมิดลิขสิทธิ์เป็น ร้อยล้าน แน่ๆ เพราะเจ๊แกเล่นเอาหนังสือเกือบทั้งห้องสมุด + ข้อสอบเก่าของทุกคณะ ทุกชั้นปี มา copy ขายเองหมด
  • มี Virus คอมพิวเตอร์ ชื่อ "clip VDO" ระบาดหนักในมข. เมื่อปี 2546 จนถึงขั้น พบไวรัสตัวนี้ในแฮนดี้ไดรฟ์และคอมทุกเครื่องของ นักศึกษา มข. (แถมฤทธิ์เดชร้ายไม่ใช่เล่น โดนเข้าลบไฟล์ภาพไฟล์เพลงหายเพียบ แค้นว้อย !!!!!!!!!)
  • ที่ มข. มีร้านดอกไม้วางแผงขายที่กังสดาล วันธรรมดา กุหลาบดอกละ 5 บาท วันวาเลนไทน์ กุหลาบดอกละ 50 ส่วนวันรับปริญญา ซื้อกุหลาบ 1 ช่อ = ค่าเช่ารถสาย 8 วิ่งรอบขอนแก่น
  • ก่อนจะมาเรียน มข. หัดขับ ยานพาหนะ ให้ได้ซักอย่างก่อนจะดีมาก เอาแค่จักรยานก็ยังดี
  • ร้านตัดผมที่ มข. ที่ดังๆ มี 2 ที่คือ complex กับ BigCut โดยค่าตัดผมที่ complex หัวละ 40 บาท ส่วนที่ BigCut หัวละ 200 บาท ซึ่งสุดท้ายแล้ว ผู้ที่ใช้บริการทั้ง 2 ร้านนี้ ต่างก็ต้องลงเอยที่ทรง สกินเฮ้ดด้วยกันทั้งสิ้น
  • คณะทุกคณะ ย่อมจะต้องมีห้องประชุมใหญ่เป็นของตนเอง แต่เท่าที่เห็น เวลามหาลัยจะจัดกิจกรรมอะไรซักที ถ้าไม่ใช้ห้องประชุมของคณะศึกษาศาสตร์ก็ต้องห้องประชุมของสัตวแพทย์
  • "หลังเต่า" คือหอประชุมใหญ่ของ มหาลัย ตั้งอยู่ริมบึงสีฐาน หน้ามอ เป็นหอประชุมที่รูปทรงสวยมากในความคิดของผม ถ้าสีมันซีดลงอีกนิด เวลามองไกลๆ คงจะคล้ายๆ โอเปร่าเฮาส์ที่อยู่ในออสเตรเลีย หอประชุมนี้จะเปิดใช้ในงานสำคัญๆ เช่น ปฐมนิเทศนักศึกษา ไหว้ครู บายศรีสู่ขวัญ พระราชทานปริญญาบัตร และงาน EXPO เป็นต้น (ชื่อจริงของที่นี่คือ ศูนย์ประชุมกาญจนาภิเษก)
  • ท่า boom ของ มข. ถือเป็นท่า boom ที่มีประสิทธิภาพมาก เพราะคุณจะได้ออกกำลังกายทั้งหน้าท้อง สะโพก ต้นขา ลำคอ และหลัง
  • ดอกไม้ประจำ มข. คือ ดอกกัลปพฤกษ์
  • ร้าน CSK เป็นร้านเน็ตที่ดัง และใหญ่มาก ใน มข. ถ้าคุณไม่รู้มาก่อนว่านี่คือร้านเน็ต คุณจะต้องนึกว่าที่นี่คือ บริษัท IBM ชัวร์
  • ค่าเทอมของ มข. 1 หน่วยกิต แพงกว่า รามฯ 35 บาท
  • สาวๆ วิทยาการชอบออกจากคณะทางด้านหลัง เพราะใกล้กับสโมฯ วิศวะมั่กๆ
  • ตอนนี้กังสดาลมีหอใหม่โคตรเยอะ
  • บนตึกหลอดมีหอดูดาวด้วยนะ เคยไปดูกันหรือเปล่า (แต่รู้สึกจะเป็นเอกสิทธิ์เฉพาะเด็กวิทย์-ฟิสิกส์นะ ฮิฮิ)
  • ร้านสวัสดิการ รปภ. มีน้ำร้อนบริการฟรีสำหรับเด็กไว้ลวกมาม่า กินประทังชีวิตเวลาสิ้นเดือน
  • เด็กคณะวิทยาศาสตร์ไม่ชอบกินข้าวโรงอาหารของตัวเอง ไปกินคณะวิศวะเพื่อเหล่หนุ่ม และไปกินคณะมนุษย์เพื่อประชันโฉม
  • พื้นของโรงอาหารคณะมนุษย์เป็นพื้นต่างระดับแล้วสาวๆ ที่มากินที่นี่ก็มีบางส่วนที่ใส่ชุดนักศึกษาตามสมัยนิยมคือรัดรูปและสั้นมาก ทำให้ข้าวบางมื้อที่โรงอาหารคณะมนุษย์จะอร่อยเป็นพิเศษ 5555
  • โรงอาหารคณะวิทยาศาสตร์เล็กมาก ๆ เมื่อเทียบกับจำนวนนักศึกษา (บางครั้งก็โดนตู่เป็นโรงอาหารภาควิชาฟิสิกส์ซะงั้น)
  • 7-11 สาขาคอมเพล็กซ์สินค้าจะหมดเร็วมากในฤดูกาลสอบ
  • เกือบมี 7-11 ที่ตึกเพียรวิจิตรคณะวิศวกรรมศาตร์แต่โดนระงับไปก่อน
  • 50% ของนักศึกษาที่มากินข้าวที่โรงอาหารคณะมนุษย์ไม่ใช่นักศึกษาคณะมนุษย์ เช่นเดียวกับที่โรงอาหารคณะแพทย์
  • สมัยก่อนซอยโลกีย์มีแต่ร้านเหล้า แต่ปัจจุบันนี้มีแต่ร้านเกมและร้านเช่าหนังสือ
  • หอพักส่วนกลาง มีชื่อเรียกอย่างเป็นทางการตั้งแต่ หอ 1-27 แล้วก็ หอพัก 9 หลัง 1-9 (ซึ่งสร้างเสร็จใหม่ในตอนนั้น)
    • ทุกปีจะมีงานเปิดหอปีละ 1 ครั้ง เพื่อให้ นศ.ชายขึ้นหอหญิง และ นศ.หญิงขึ้นหอชาย หุหุ (เพื่อไรหว่า)
    • หอพักแพทย์ (มี 3 หอ รึป่าวไม่แน่ใจ)
    • หอพักทันตแพทย์
    • หอพักพยาบาล
    • ซึ่งหอพักทันตแพทย์ หอพักพยาบาล ผู้ที่พักกว่าครึ่งไม่ใช่นักศึกษาตามชื่อหอพัก
    • หอบ้านนอก ประกอบด้วย หอพักที่ 21,23,24,25 ส่วนหอ 22 เป็นหอชาย
    • หอในเมือง ก็เป็นในส่วนของหอหญิงของส่วนกลางที่เหลือ หอ 1,2,3,4,13,14,17,18,19,20
    • หอชายแดน ก็เป็นในส่วนของหอพักใหม่ 9 หลัง (ซึ่งเป็นทั้งหอชายและหอหญิง ถ้าจำไม่ผิดเป็นหอหญิง 5 หลัง หอชาย 4 หลัง)
    • ส่วนหอชายไม่ได้ฉายาเฉพาะ เพราะหอชายรวมกันอยู่โซนเดียวกัน
  • บ่อน้ำของคณะเกษตรบริเวณที่ตั้งภาควิชาประมง มีชื่อว่า "สระวิศวะ"
  • โรงอาหารคณะมนุษย์ มีนักศึกษาต่างคณะมากินมากที่สุด แต่โรงอาหารคณะแพทยศาสตร์ มีคนนอกมากินมากที่สุด (เพราะเป็นโรงอาหารของโรงพยาบาลศรีนครินทร์ด้วยไงครับ)

เชื่อหรือไม่?

  • รปภ ม.ข. แต่งตัวเหมือนตำรวจ จนนศ. ผวา คิดว่าตำรวจจราจรจริง (ถ้าไม่ดูหน้าหมวก เหมือนเด๊ะเลยล่ะ)
  • ทุกคณะจะมาเรียน Eng ที่คณะมนุษย์ โดยจะแบ่งเป็นหลายๆ sec ตามระดับความไฮโซ เชื่อกันว่าเด็กที่เรียน sec 6 หมายถึง "พูด eng ได้คล่องยังกับเมียฝรั่ง" ส่วนเด็กที่เรียน sec 24 หมายถึง "แค่ท่อง A - Z ได้ก็เก่งแล้ว"
  • ห้องสมุดกลางของ มข. มี 6 ชั้น แต่ตอนออกจากห้องสมุด หลายๆ คนมักจะหลงเดินลงไปถึงชั้น 1 ซึ่งเป็นชั้นใต้ดิน (จริงๆ แล้วทางออกอยู่ชั้น 2)
  • มากกว่า 60% ของเด็กที่อยู่หอพยาบาลไม่ใช่เด็กคณะพยาบาล
  • คนที่ไปวิ่งบึงสีฐานมีจุดประสงค์เพื่อ "สร้างเสริมสุขภาพ" ในขณะที่คนที่ไปวิ่งสระพลาสติกมีจุดประสงค์เพื่อ "เสาะหาอาหารตา" และ "เอาคะแนนวิชาจ๊อกกิ้ง"
  • ที่หลังคาเหล็ก ทุกๆ เย็น จะมีคนมาเต้น แอโรบิค โดย มีเพียง ร้อยละ 2 เท่านั้น ที่ "เต้นเพื่อสุขภาพจริงๆ" ซึ่งอีก ร้อยละ 90 นั้น "เต้นเพื่อเอาเกรด A วิชาพละ" ส่วนที่เหลืออีกร้อยละ 8 ที่ไปเต้นนั้น จะมีจุดประสงค์ คล้ายๆ กับคนที่ไปวิ่งสระพลาสติก (จ๊อกกิ้งก็เหมือนกันนะ)
  • 80% ของคนที่รับประทานอาหาร ที่ "โรงชาย" เป็น ผู้หญิง กับ ผู้หญิงประเภท 2
  • ฤดูร้อนที่ มข. อุณหภูมิ จะร้อนกว่า 40 องศา ส่วนฤดูหนาว อุณหภูมิ จะลดต่ำลงถึง 20 องศา ดังนั้น เด็ก มข. หลายคนจึงกระเสือกกระสนไปอยู่หอนอก เพียงเพราะต้องการ แอร์กับเครื่องทำน้ำอุ่น
  • ประตูทางเข้า มข. ใหญ่สุดในประเทศไทย
  • สาย 8 เป็นรถประจำทางที่วิ่ง เข้า-ออก มข. ซึ่ง พขร. ของสาย 8 ส่วนใหญ่ขับรถได้....(เติมเอาเอง)....มาก คือจะขับรถกลางเส้นถนนด้วยความเร็ว 20 km/ชั่วโมง (จากปากทางประตูสีฐานมาถึงในกลาง ม. แค่ 4 กม. แต่กว่าจะถึง ล่อเข้าไป 20 - 30 นาที เข้าเมืองไม่ต้องพูดถึง ถ้าเจอรถติดช่วงเช้า - เย็น ที่สีแยกสามเหลี่ยม จะยิ่งแล้วใหญ่)
  • วิ่งรอบในมข. 3-4 รอบ = วิ่งจากขอนแก่นไปอุดรฯ (อันนี้มั่วรึเปล่าครับ) ไม่มั่วค่ะ คอนเฟิร์มว่าจริงอย่างแรง
  • "สระชนเห็นชอบ" เป็นสระว่ายน้ำที่ pop ที่สุดของ มข.
  • พี่ชายภราดร เป็น อาจารย์ สอนเทนนิส ที่ มข.
  • รุ่นพี่คณะวิศวะ เล่าให้ฟังว่า แต่ก่อน มข. ก็คือพื้นที่แห้งแล้งดีๆ นี่เอง แต่คณะวิศวะ สมัยนั้นรับน้องโดยการให้น้องปลูกต้นไม้คนละ 1 ต้น (บนพื้นดินแล้งๆ นี่แหละ) แล้วดูแลอย่าให้มันตาย ไม่งั้นโดนทำโทษ จนในที่สุด เดี๋ยวนี้หันไปมองทางไหนใน มข. ก็เจอแต่ป่า
  • โรงพยาบาลศรีนครินทร์เป็นที่ตั้งของคณะแพทย์ มข. เป็นโรงพยาบาลที่ใหญ่ที่สุดในอีสาน มีคนไข้เยอะมากจนถึงขั้นต้องเอาเสื่อไปปูนั่งที่ลานจอดรถ เพื่อรอเข้าห้องตรวจโรค (ที่ปูนอนน่ะญาติคนป่วยทั้งนั้น)
  • ภายใน มข. มีร้าน seven-eleven ถึง 5 สาขา แต่ถ้านับรวมบริเวณเขตติดกับมหาวิทยาลัยด้วยจะมีถึง 10 สาขา (ตอนนี้เกินแล้วเฟ้ย)
  • ร้าน seven-eleven สาขากังสดาล ถือเป็นอะไรที่ไร้สาระที่สุดในโลก เพราะดันมี 2 สาขามาเปิดห่างกันแค่ 10 เมตร

แต่ Seven-eleven ตรง U center ถ้าเดินผ่านไปไม่ถึง 100 เมตร คุณจะเจอ Seven-Eleven แถวๆ เจ้พร อีกสาขานึง

  • เพลงมาร์ช มข. เพราะจริงๆ นะ (ก็เพลงนี้มีบรมครูอย่างท่านสุนทราภรณ์แต่งให้ครับ)
  • นิตยสาร Boom comic เป็นนิตยสารสุดฮิตมากใน มข. ฮิตขนาดไหนน่ะเหรอ ก็ขนาดร้านการ์ตูนที่ U-center สั่งมาอาทิตย์ละร้อยๆ เล่ม ยังสามารถขายได้หมดภายในวันเดียวน่ะสิ
  • สนามกีฬากลาง มข. เป็นสนามที่ออกแนว "สาธารณะ" มากๆ หลายเดือนก่อน เห็นโรงเรียนอนุบาลที่ไหนก็ไม่รู้ มาขอใช้สนามกีฬากลาง มอ แข่งกีฬาสี ซะงั้น
  • จำนวนนักศึกษา มข. ทั้งหมดมี 50,000 คน สามารถเกณฑ์เอานักศึกษา มข.ไปลงชื่อขับไล่รัฐมนตรีได้สบายๆ เลยล่ะ
  • ถ้าคุณสังเกตดีๆ ด่านตรวจจับหมวกกันน็อกใน มข. ทุกด่าน ทั้งตรงทางเข้ากังสดาล ทางเข้า U-center หรือ ตรงทางออกฝั่งเจ้าพ่อมอดินแดง จะต้องมีถนนเล็กๆ ตัดผ่านก่อนจะถึงด่านตรวจ เพื่อให้เราขับอ้อมหนีตำรวจเสมอ
  • จะมีทางเล็กๆ ตัดผ่านบึงสีฐานไปยังประตูหน้ามอ โดยไม่ต้องผ่านตำรวจ (ทางมันเล็กมากนะ ระวังขี่ตกน้ำ)
  • คณะวิทยาการ เก็บค่าธรรมเนียมโหดมาก แต่มีคณะใหญ่เท่ารูหนู
  • สระว่ายน้ำในมอ มีกระเบื้องบาดมากที่สุด
  • พิมานปาร์ค โดนตำรวจเข้าไปจับ นักศึกษาเล่นไพ่บ่อยที่สุด
  • เดี๋ยวนี้มีร้านเหล้าหน้าพิมาน เดินไปกินแล้วก็เดินกลับ ประหยัดน้ำมันสำหรับขาเหล้า (ค่ามิกซ์ถูกโคตรๆ 15บาทเองตัว)
  • เด็กหอชายทุกคนต้องเคยฟังเสียงแคนของลุงย้อมผ้า
  • ใต้ อคร เป็นห้องเรียนติดแอร์เย็นฉ่ำ เรียกว่า ยูนิท แต่บน อคร (อาคารเรียนโคตรร้อน) ร้อนม้ามแล๊บ พัดลมไม่ช่วยอะไรเลย ทั้ง ๆ ที่เป็นอาคารเดียวกัน
  • ในมอขอ มีทั้งโรงบาลสัตว์และโรงบาลคน
  • ในมอขอมีสี่แยกไฟแดงเยอะที่สุด มากกว่าทุกมหาวิทยาลัย
  • อุดม แต้พานิช ตอนที่มาจัดแสดงเดี่ยวฯ ที่ตึกภาคชีวะ เคยหยอดมุก ว่าทำไม มอขอต้องมีไฟแดง กะว่าจะให้ขำแต่ แป้ก
  • สำนักทะเบียนและประมวลผล (เค้าเรียกกันว่า "ใต้ดิน") เป็นที่สิงสถิตของนักศึกษาวิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์แบบลงหลักปักฐานกันเลยทีเดียว
  • จากประตูหน้ามหาวิทยาลัยถึงสถานที่เรียนหนังสือ มีระยะทางเกือบ 4 กิโลเมตร (เพราะเงี้ยถึงต้องมีรถไว้ใช้ที่นี่ไงครับ 555)
  • นศ.คณะสัตวแพทย์ที่อยู่หอ 9 หลังต้องเดินทางไปเรียนไกลมาก คณะอยู่ใกล้ๆ ประตูหน้ามอแถวๆ เจ้าพ่อมอดินแดง ในขณะที่ หอพัก 9 หลังอยู่ใกล้ๆ ประตูทางออกไปโนนม่วง ระยะทางไปกลับคาดว่าประมาณ 4 กม.
  • ร้านเช่าการ์ตูนหลังมอทุกร้าน จะมี KC Weekly กับ Viva Friday ให้เช่า แต่ต้องเช่าเป็นรายชั่วโมง เพราะคนต่อคิวอ่านมีเยอะมาก
  • U-center มีร้านขายของชำที่มีของทุกอย่างขาย ขาดเหลืออะไรให้ไปร้านนี้ ย้ำว่าทุกอย่างจริงๆ( มีชื่อเรียกหลายชื่อตามแต่สะดวก เช่น ร้านโดราเอมอน ร้าน Everything ร้าน The Mall ร้านสากกะเบือ (ยันเรือรบ) ร้านสิ่งมหัศจรรย์)
  • มีตลาดนัด (เปิดท้ายขายของ) ใหญ่มาก แค่เดินไปกลับโดยไม่ดูของยังใช้เวลา 30 นาที - 45 นาที
  • ที่ให้ย้ายทะเบียนบ้านเพื่อให้สะดวกเวลาเลือกตั้ง แต่อยากบอกว่าตอนเลือกตั้งสว. ปี 43 มันเป็นช่วงซัมเมอร์ที่ แต่มีคนที่ไม่ได้เรียนซัมเมอร์ เพื่อแสดงตนว่าเป็นพลเมืองที่ดีก็เลยกลับมามหาลัยเพื่อเลือกตั้ง... แล้วที่จังหวัดขอนแก่นก็ต้องเลือก ถึง 5 หรือ 6 ครั้งนี่แหละ แล้วมันสะดวกหรือไม่สะดวกเนีย... แต่ไม่ต้องซีเรียส มันไม่เกิดเหตุการณ์แบบนี้บ่อยๆ หรอก
  • มีข่าวว่า....มข. จะแยก สาขาเศรษฐศาสตร์ จากคณะวิทยาการ ไปรวมกับกับสาขาเศรษฐศาสตร์เกษตร ของคณะเกษตร เป็นคณะเศรษฐศาสตร์ ตั้งกะตอนเรียน ปี 1 ซึ่งตอนนั้นรุ่นพี่บอกว่า....จะแยกปีหน้า...ซึ่งตอนนี้มันก็เกือบ 10 ปีแล้ว...ก็ยังไม่เห็นคณะเศรษฐศาสตร์เลย.....รึว่า มีแล้ว...(ตอนนี้ก็ยังคงไม่มี อีกนาน)
  • หากนำเนื้อสดไปวางไว้ในห้องสมุดกลาง มข. จะคงความสดไว้ได้ถึง 5 วัน (ใครเคยทดลองเหรอ อยากรู้ => เพราะว่าแอร์เย็นโคตรๆๆๆๆ)
  • โรงอาหารแห่งหนึ่งชื่อ "โรงชาย" ส่วนใหญ่มีแต่ผู้หญิงไปกิน
  • หอพักชายจะไม่มีรั้วล้อมเหมือนหอพักหญิง และเปิดตลอด 24 ชั่วโมง
  • หอพักผุดขึ้นรอบมหาวิทยาลัยราวกับดอกเห็ด แต่ส่วนใหญ่มักจะเต็มหมด
  • บ้านพักอาจารย์ในมข. ส่วนใหญ่รกทึบ และน่ากลัวกว่าบ้านผีสิง
  • สนามกีฬาในมหาวิทยาลัยมีมากมาย แต่มีสนามแบตมินตันเพียง 3 คอร์ด ซึ่งสามารถใช้แทนห้องอบซาวน่าได้
  • มีคณะแพทย์มข. เพียงคณะเดียวเท่านั้น ที่มีรั้วล้อมรอบคณะ
  • ละครเวทีของคณะต่างๆ ในมข. ส่วนใหญ่ผลิตโดยคนอีสาน เพื่อคนอีสานโดยเฉพาะ คนภาคอื่นดูอาจขำขำ แต่จะไม่ขี้แตกขี้แตน
  • มาเรียนมข. ถ้าไม่มีมอเตอร์ไซค์ มันคือการฆ่าตัวตายชัดๆ (ถ้าเดินก็ขาลากเลยล่ะ)
  • หอพักชายเก้าหลังตอนกลางคืนจะมีเสียงเหมือนกินพริกทุกคืน กับ เตียงลั่น (ทำไรกันอ่ะ) ก็น่ะ อยู่กันเป็นคู่ ๆ เชียว
  • ข้างคอมเพล็กซ์เคยมีสนามรักบี้ซึงดีอยู่แล้วแต่เดี๋ยวนี้เป็นสวน (คล้ายม่านรูด) ที่มืดมาก ๆ และเหมือนมีผีกินพริกคล้ายแถวสระสีฐาน
  • ถ้าคุณไม่เคยเห็นรถผีสิง สามารถหาดูได้ในบริเวณรอบสระสีฐาน, ด้านข้างสี่สนาม, ถนนทางสวนเกษตร ซึ่งมีให้เห็นบ่อย ๆ ในช่วงค่ำ ๆ คืนวันศุกร์เสาร์
  • ในมอขอมี KFC ด้วยนะเออ (เกษตรศาสตร์ฟูดเซ็นเตอร์ไง)

ธรรมเนียมประเพณี

  • ที่ภาควิชาเคมี ในวันลอยกระทง ผู้หญิงจะตัดต้นกล้วย ส่วนผู้ชายจะเย็บกระทงทำบายศรี
  • ที่คณะสัตวแพทย์ก็เช่นกัน ผู้ชายเป็นบุคคลที่ควรสงวนไว้ ไม่ให้ทำงานหนัก ผู้หญิงจับหมา ผู้ชายฉีดยา
  • ที่คณะเทคโนโลยีก็เช่นกัน สาว ๆ เทคโนจะถึกมาก ส่วนผู้ชายจะแรงน้อย วันลอยกระทงมีการทำกระทงขาย สาวเทคโนจะแบกต้นกล้วยกว้างขนาดสามฝ่ามือโอบ ได้ด้วยตัวคนเดียว โดยยกตรงกลาง ส่วนผู้ชายจะยก 2 ข้างหัวท้าย วิธีการตัดต้นกล้วย ผู้ชายจะใช้มีดฟันฉับลงไป และออกแรงเลื่อยต่อ3-4 ที แต่สาวเทคโน จะฟันฉับทีเดียวขาด 2 ท่อน น่าสยองนัก (ข้อมูลผู้เขียนเจอกับตัวเองตอนเรียน เมื่อปี 2542)
  • รสนิยมการดื่มเหล้าของเด็ก มข. มี 2 แบบ คือ พวกที่เปิด Red ที่ U-bar กับพวกที่ตั้งวงสุราขาวหลังมอ
  • ไม่มีปีใดที่ freshy มข. จะผ่านเชียร์กลางโดยไม่ได้ยินเสียงร้องไห้ แห่งพลังสามัคคี และการวิ่งไปกลางสนาม เพื่อจะไปต่อยประธานเชียร์ (ปีหลังๆเริ่มมีการ์ดเยอะขึ้น)

ความเชื่อ

  • เขาว่าใครกลั้นหายใจผ่านสะพานขาวจะได้เข้าเรียนที่ม.ข. สะพานขาวอยู่ข้างสระพลาสติก
  • วิ่งกลั้นหายใจข้ามสะพานขาว แล้วจะขอพรอะไรก้ได้ 1 ข้อ (คำเตือน อาจตายก่อนจะวิ่งพ้นสะพาน)
  • จากข้อบน ถ้าคุณขี้เกียจวิ่ง จะเปลี่ยนเป็นกลั้นหายใจขับมอไซด์ ด้วยความเร็ว ไม่เกิน 40km/ชั่วโมง ก็ไม่ว่ากัน
  • ถ้าไปบนที่ศาลเจ้าพ่อมอดินแดงตอนเที่ยงคืนจะสมหวัง (แต่น่ากลัวมากๆๆๆๆ) แต่กรุณา ระบุให้ชัดเจน อาธิ เช่น หากท่านขอเพียงไม่ให้ติด F ท่านจะได้ D มา 9 ตัว กับอีก 1 D+
  • เขาว่าเด็กวิศวะที่ยังไม่จบ ห้ามถ่ายรูปกับเกียร์ เด็ดขาด มิฉะนั้น อาจจบเห่ได้
  • "เจ้าพ่อมอดินแดง" คือสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่เป็นที่เคารพของชาว มข. มีคนนำช้างกับม้ามาถวายท่านเจ้าพ่อ เฉลี่ย วันละ 100 ตัว
  • ถ้าชาย-หญิงคู่ไหนที่นับเสาสะพานขาวคนละด้านของสะพานได้เท่ากัน จะได้เป็นแฟนกัน(จริงๆ มันไม่เท่ากัน)

เรื่องลึกลับ

  • "สะพานขาว" เป็นสะพานยาวๆ ข้างสระพลาสติก มีเจ้าที่ชื่อ "เจ๊ขาว" เป็นผู้หญิงผมยาวๆ ใส่ชุดสีขาว เจ๊แกชอบออกมาทักทายเด็กที่ ขับมอไซค์ ผ่านสะพานตอนดึกๆ
  • เค้าเล่ากันว่า อย่ามองจั่วของตึกคณะสถาปัตย์ ขณะขับรถ เพราะมันจะเกิดอุบัติเหตุ
  • ที่ศาลเจ้าพ่อมอดินแดง ไปกลางวันก็หลอนนะ รู้สึกเหมือนมีคนมองตลอดเวลา
  • แล้วก็เซียมซี แม่นมากๆ ถามตอนต้นเทอมว่าเกรดเทอมนี้จะเป็นไง ท่านกล่าวว่าจะได้ เอฟ .....เอฟจริงๆ แม่นปานนั้น

ของกิน

  • ไก่ย่าง U-center เป็นไก่ย่างที่อร่อยที่สุดในโลก
  • ก๋วยเตี่ยวดู๋ดี๋ที่ซอย โลกีย์ อร่อยกว่าทุก สาขา ใน มข.
  • ที่ complex ขายข้าวแกงหลากหลาย พอๆ กับบุฟเฟต์ โรงแรมโซฟิเทล
  • ข้าวโพดคณะเกษตรอร่อยมาก ๆ แต่ต้องกล้าหน้าด้านเข้าไปขอ
  • เป็นบุญของนักศึกษามข. ที่มีร้านข้าวเหนียวหมูปิ้ง เปิดตลอด 24 ชั่วโมง บริเวณ U-Center

บทความที่เกี่ยวข้อง

  • ที่ มข. มีกลอนที่พวกพี่ๆ เค้าแต่งไว้รับน้อง มข. เพราะ + กินใจ มากๆ

แม้ที่นี้ไม่มีตราพระธรรมจักร
ก็ไม่ไร้ร้างรักดอกน้องแก้ว
แม้ไม่มีพระเกี้ยวขวัญอันพราวแพรว
ก็เพริดแพร้วพระธาตุพนมชมทั่วไทย
ไม่ได้ติดเข็มพระเกี้ยวเที่ยวอวดโฉม
ไม่ได้เป็นลูกแม่โดมที่ฝันไฝ่
มาติดเข็มพระธาตุพนมจะเป็นไร
เพราะเราไซร้ล้วนลิขิตชีวิตเอง

เครดิต : http://th.uncyclopedia.info/wiki/มหาวิทยาลัยขอนแก่น

3月10日

ต่อให้ต้องบอกในใจ ♥

เพลง : ต่อให้ต้องบอกในใจ
ศิลปิน : Yokee Playboy
 
ทุกครั้งที่เธอนั้นอยู่ใกล้  ห้ามใจให้หยุดคิดไม่ได้
ทั้งที่ความเป็นจริง ก็ได้แต่คิดเท่านั้นจริงๆ
ยิ่งต่อให้ใกล้กัน  แม้มันทรมานใจอีกเท่าไรก็ตาม..
. . ห้ า ม ฉั น ไ ม่ ไ ด้ . .

แม้เธอยังมีเขาในใจ  ถึงเขาจะโกรธฉันเท่าไร
ถ้าเขารู้ความจริง  ไอ้สิ่งที่ฉันนั้นคิดไปว่า..เพราะเธอ..
ต่อให้บอกกับเธอยังไงในใจเธอไม่ต้องรู้
ต่อให้ไม่มีทางจะทำอะไรได้กว่าแค่เฝ้าดู

ยอมฉันยอมปล่อยให้เป็นอย่างนี้
แค่ฝันก็ขอให้ฉันได้รู้สึกว่าใกล้ชิดเธอที
อยากขอแค่เพียงเท่านี้..

รู้ดีเธอมีเขาในใจ รู้ว่าฉันคงพูดไม่ได้
ใกล้ตัวเธอทีไร ต้องเก็บไปคิดถึงในใจว่าเพราะเธอ..
ต่อให้บอกกับเธอยังไงในใจเธอไม่ต้องรู้
ต่อให้ไม่มีทางจะทำอะไรได้กว่าแค่เฝ้าดู

ยอมฉันยอมปล่อยให้เป็นอย่างนี้
แค่ฝันก็ขอให้ฉันได้รู้สึกว่าใกล้ชิดเธอที
อย่างที่ฉันรู้สึกได้ไหม แค่เพียงเท่านี้..
ไ ด้ ไ ห ม ข อ เ พี ย ง แ ค่ นี้ . .
3月1日

ความคิด ☺

เนื้อเพลง : ความคิด
ศิลปิน : Stamp

ยังเดินผ่านทุกวัน ที่ๆเราพบกัน เมื่อก่อน
ยังจำซ้ำๆได้ทุกตอน ราวกับมีใครมาหมุน ย้อนเวลา
 
แต่ก็คงจะหมุนย้อนได้แค่ในความคิด ในชีวิตจริงคงไม่เจอกันอีกแล้ว
ยืนอยู่ตรงที่เดิม แต่ไม่มีวี่แวว เธอจากไปแล้ว และคงไม่ย้อนคืนมาหา
 
ได้แต่ฝาก ความคิด ของฉันเอาไว้ เผื่อวันไหนเธอผ่านมา
เห็นที่เดียวกันนี้ เธอจะนึกขึ้นได้ว่า
เคยมีคนหนึ่งยืนข้างเธอ อยู่ตรงนี้เสมอ ตลอดมา ♫
 
ให้เธอสัมผัสความคิดที่ฉันทิ้งไว้ อาจไม่เห็นได้ด้วยตา
ฉันจะฝากเอาไว้ อยู่ในพื้นดินและท้องฟ้า
มันเป็นความคิดที่กระซิบว่า ฉันยังรักเธอ..♥
 
อยากเจอเธอเหลือเกิน เพราะก่อนที่เราต้องเดินแยกทาง
ฉันมีความคิดหลายๆอย่าง หลายอย่างเหลือเกินที่ฉันไม่ได้พูดไป
แต่กลับมานึกขึ้นได้ในเวลานี้ ในเวลาที่เธอเดินจากฉันไปแสนไกล
หากเธอนั้นยังอยู่ จะกอดเธอให้ชื่นใจ และคอยพูดออกไปทุกสิ่งที่อยู่ในใจฉัน
 
ได้แต่ฝากความคิดของฉันเอาไว้ เผื่อวันไหนเธอผ่านมา
เห็นที่เดียวกันนี้ เธอจะนึกขึ้นได้ว่า
เคยมีคนหนึ่งยืนข้างเธอ อยู่ตรงนี้เสมอ ตลอดมา ♪
 
ให้เธอสัมผัสความคิดที่ฉันทิ้งไว้ อาจไม่เห็นได้ด้วยตา
ฉันจะฝากเอาไว้ อยู่ในพื้นดินและท้องฟ้า
มันเป็น ความคิด ที่กระซิบว่า ..ฉันไม่เคยลืม
2月20日

ทริป ปาย จ.แม่ฮ่องสอน [part 6] 7-9 Feb 2009

เมื่อพวกเราไปถึงวัดพระธาตุแม่เย็น .. มีแต่รถตู้จอดเกือบสิบคัน สมเป็นวันมาฆบูชาจริงๆ ^^
พวกเราขึ้นไปกราบพระนอนก่อน แล้วทำบุญ ซื้อดอกไม้ธูปเทียน ไปไหว้พระที่ศาลากัน ตามภาพเลยครับ
ถ่ายภาพรวมๆ ของเมืองปาย สูดอากาศกันให้ชุ่มปอด ก่อนจะร่ำลาเมืองปาย
กลับที่พักอาบน้ำ แต่งตัว เก็บของ คืนกุญแจที่พัก ไปคืนรถที่เช่าก่อน รับเงินประกันคืน
แล้วเดินไปท่ารถ ดูที่นั่ง เก็บกระเป๋าไว้ข้างรถ.. (ไม่ทันไร จะกลับกันซะแล้ว ว้า ไวจัง)
ลืมบอกไปว่า พวกเราจองรถได้รอบ 11.30 น. ขนาดว่าเราไปดูรอบรถทุกวัน
แต่เขาไม่ให้จองเกิน 2วัน ก็ยัง งงๆ อยู่ ..กะจะจองสักบ่ายสอง จะได้มีเวลาไปเที่ยวที่อื่นอีก
แต่รอบดันเต็มหมด เหลือ รอบ 11.30 น. เป็นรถเมล์ธรรมดา ก็เลยซื้อกันไว้ก่อน
แต่ถ้าใครไม่รีบหรือรถปกติเต็มหมด ก็ยังมี รถตู้เถื่อนไว้บริการ ตกคนละ 200บาทครับ

ตอนไปขึ้นรถ ที่เราจองไว้หลังสุด ก็ไม่ได้ตามที่จอง เพราะรถที่มา มานไม่แน่นอน เลยได้นั่งคนละแถวกัน
ตอนแรกนั่งหลังสุด ตั้มกะเอกชิดซ้ายใน แล้วก็มีคนญี่ปุ่นมานั่งตรงกลาง ได้ยินเขาร่ำลาเพื่อนเป็นภาษาญี่ปุ่น
จับใจความได้ว่า ขอให้สบายดีนะ โชคดีเด้อ แล้วเจอกัน (เกงกิเดส มาตะ)
แต่เผอิญว่า มีคนไม่มา 2-3คน ป้าๆ ที่นั่งหน้าเรา ก็เลย ย้ายไปนั่งแทน 2 คนที่ไม่มา ทีนี่หน้าเราว่าง ก็เลยย้ายไปซะเลย
พวกเราก็เลยได้นั่งเรียงกัน 4 ที่ สบายๆ หน่อย ริมหน้าต่าง2 (ตั้มกะเอก)ทางเดินว่าง และ2ที่ถัดไป(ติ๊กกะตั๋ม)
ข้างตั๋มเป็นสาวออสซี่ ซะด้วย ข้างหน้าติ๊ก ก็ สาวต่างชาติ ขาวอวบ ผมน้ำตาลทอง สวยดี
เอ๊ะ -*- ไหง ไปสาธยายสาวๆ ที่นั่งใกล้ๆ วา เปลี่ยนเรื่องๆ .. บาย เดอะ เวย์ กัน
ในรถก็มีคุณป้าช่างเจรจาอยู่ 2 คน (ที่นั่งหน้าเรา ที่ย้ายไปนั่นแหละ) เพิ่มสีสันบนรถได้เป็นอย่างดี 55+
คนขับรถ ก็เทพอะ ซิ่งได้ใจ เร่งเครื่องขึ้นเขาที คุณป้าก้อวี้ดวิ้ว เจี๊ยวจ๊าวกันน่าดู
คนขับโทรมือถือไป ขับไปซะด้วย บ้างก็ขับไปเปลี่ยน CD ไป โอ้ว ลุ้นเด่
..เปิดเพลงสากลด้วย Greatest Hitz *-* เอาใจชาวต่างชาติ ปะพี่ พอจำๆ ได้ก้อมี Because You Loved Me -
My Heart Will Go On - Save The Best For Last - Fool Again - My Love - Swear It Again ...
ถ่ายวิวตามทางขากลับ ทั้งทางลาด ทางชัน ทางโค้ง ป่าไม้ ภูเขา ดูความลึก ความสูง
ไม่ค่อยได้งีบเลย เพราะตั้งใจดูวิวเก็บไว้ในความทรงจำ

และแล้วก็มาถึงจุดพักกลางทาง โอเคมาร์ท พวกเราก็ลงไปซื้อน้ำกินแก้กระหายกันหน่อย
เข้าห้องน้ำซะหน่อย พอขึ้นรถเท่านั้นแหละ เด็กรถ เดินมาบอก "ลงรถๆ สตาร์ทไม่ติด" ..
เอ๊ะ ยังไง เราก็ตีความ 0.5 วิ / อ๋อ เขาคงหมายความว่า ให้พวกเราลงไปเข็นรถ 55+
จะพูดว่า "พี่ครับ ลงมาช่วยกันเข็นรถหน่อยครับ เครื่องมานไม่ติด" งี้ พูดเปงปะ น้อง -*-
ว่าแล้วเราก็ชวนเพื่อนๆ ลงมาเข็นรถกัน ..แรงงานชายไทยลงมาช่วยกันเข็นรถครับ ^^
ไปดันหน้ารถให้ถอยไปอยู่ขอบถนนก่อน แล้วก็ไปดันหลังรถให้ไหลไปตามทางลาด
คนขับก็คงจะเปิดสวิตซ์กุญแจไว้แล้วเหยียบคลัทช์ แล้วเข้าเกียร์ 2 หรือ เกียร์ 3 เหยียบคลัทช์
ครั้งแรก ไม่ติด .. ครั้งสอง ติดแล้ว เย้! เสียง เฮ จากสาวๆ ร้าน โอเคมาร์ทดังตามเสียงรถติด -  -a หุหุ ลุ้นกันใหญ่
ขึ้นรถไป ป้าๆ แม่ๆ สาวๆ ตบมือให้ใหญ่เลย ขอบคุณแรงงานไทยทุกท่านที่ลงไปเข็น 55+

ในที่สุดมาถึง อาเขตเชียงใหม่ ก้อเกือบ 16.00 น.ได้
รอบรถที่เราจองกลับขอนแก่นตั้งแต่ขามา ก็ออกเวลา 20.00น. เป็นรถ ป.1
แต่มานจะมีรอบประมาณ 16.00 กะ17.00 อยู่ แต่เป็น รถ ป.2 พอมีเวลาเหลือ เอากระเป๋าไปฝากที่อีสานทัวร์ก่อน
ว่าจะไปเดินเซ็นทรัล แอร์พอร์ต แต่ไปถามพวกรถแดง เขาบอกว่า ไกล และอาจจะรถติด จะเสียเวลาเดินทาง
ก็เลยเปลี่ยนใจ เดินไปกินใกล้ๆ ที่ Carrefour ไปเดินเล่นแล้วก็ทานข้าวเย็นกัน โทรหาลุงที่เชียงใหม่ ลาก่อนกลับ
ตัวเราตั้งใจว่า จะไปซื้อแป้งพม่า เพราะมาถึงแหล่งทั้งที ก็เลยชวนเพื่อนๆ ไป ไนท์บาร์ซาร์ กะ ตลาดวโรรส
ก็นั่งรถแดงคนละ 20 บาทไป ไปเดินหาอยู่นานทีเดียว แต่ก็ไม่มีขาย
ส่วนที่ตลาดวโรรสโซนขายเครื่องสำอางชั้น 2 ก็เปิดตั้งแต่เช้า ปิดเย็นๆ ซึ่งเราไปกันไม่ทัน -*-
เริ่มหิวอีกแระ 6 โมงเย็นกว่าๆ แล้ว เลยไปเดินที่งาน อาหารสะอาด ไร้แอลกอฮอล์ แถวงานปุงเถ่ากงม่า ต่างคนต่างซื้อ
อาหารไม่อร่อยหรอก พอกินได้ คิดถึง ผัดไทยหน้าวิน จัง *-* ทานกันเสร็จ เกือบๆ ทุ่มแระ หารถกลับอาเขต คนละซาว
ไปถึงอาเขต รถเยอะมากมาย แวะล้างหน้า เข้าห้องน้ำซะหน่อย ก่อนขึ้นรถรอบ 20.00น. รถเทียบท่า
เอากระเป๋าที่ฝากไว้ ไปไว้ที่รถก่อน แวะซื้อลอตเตอรี่ เลขเด็ดซะหน่อย ดูเลข จากรถเมล์ที่พวกเราลงไปเข็นนั่นแหละครับ
จะถูกหรือไม่ถูก ไว้จะมา บอกข่าวกันอีกที ^ ^

ขึ้นรถไป ตั้มขอกินยาก่อนเลย จะได้หลับสบายๆ เราก็เอาขนม นม น้ำ ที่ทางทัวร์มีบริการ มากินก่อนเลย
เพราะยังไม่อิ่มจากตลาด ..ขับไปไม่นาน สัก 30 กม. ก็ถึงท่ารถ ลำพูน ระหว่างทางก็มี อาไรสวยๆ ให้ดูบ้าง
แต่ถ่ายยาก ภาพก็ไม่ชัด มีทั้งพระจันทร์ และภูเขายามค่ำ
..ไปถึงจุดพักกลางทางคราวนี้ เป็น ข้าวต้ม ไข่เค็ม จับฉ่าย ผัดผักกาด ต้องรีบกิน เพราะให้เวลาน้อย
กินเสร็จก็ขึ้นรถ แต่รถแวะไปเติมแก๊ส ก็เสียเวลาพอดู ตามที่กล่าวไว้ตั้งแต่ part 1 ^^'
หลังจากนั้นก็ หลับๆ ตื่นๆ เพราะมีเสียงกรน จากคนข้างหลัง กรนมานทั้งคืน จนมานตื่นนั่นแหละ -*- ข่มตาหลับกันไปได้
เช้าๆ สัก 6 โมง ตื่นมาดูสีสัน ท้องฟ้า ภูเขา ยามเช้า ก็ยังสวยเหมือนเดิม 6 โมงกว่า มีฝ้าจับที่กระจก เลยเขียนเล่นซะเลย
ถ่ายผ่านกระจกรถ ก็คงไม่สวยเท่าไร แถมรถขับเร็วด้วย ..ถึงหน้าทางเข้า มข. ก้อ 8.25 น. ได้
พอเข้าสี่แยกมิตรภาพ บขส. รถติดอีก ลุ้นแทนเพื่อนตั้ม ว่าจะไปทำงานทันไหม งานเริ่ม 9 โมงเช้าน่ะ
ตั้มลง บขส. ส่วนที่เหลือ ไปลง ปรับอากาศ เวลาเกือบ 9 โมงได้ ตั๋มนั่งรถส้มภูมิสิทธิ์กลับบ้าน
ส่วนติ๊กก็มาที่บ้านเอก รอแม่มารับตรงข้ามบ้าน แยกย้ายกันไปทำงาน สิ้นสุดการเดินทาง ทริป ปาย ^__^
part 6 นี้ มานเป็นเรื่องอื่น มากกว่า เที่ยวปาย เนอะ ไงๆ ก็ ขอบคุณทุกๆคน ที่อ่านกันมาได้ถึง บรรทัดนี้
รู้สึกเสียดาย ที่มีเวลาในการเที่ยวน้อย ถ้ายังไง หาวันว่าง ติดกันเยอะกว่านี้
จะไปอีกฝากหนึ่งของปาย ให้หมดเลย รอก่อนนะ ปางอุ๋ง *__*

ทริป ปาย จ.แม่ฮ่องสอน [part 5] 7-9 Feb 2009

part 5 เริ่มต้นด้วยเช้าวันใหม่ที่หนาวจับใจ มีหมอกปกคลุมไปทั่ว เห็นแล้วสบายตา
สดชื่นๆ มีควันออกจากปากด้วย หนาวดี
เลยเก็บภาพบรรยากาศของบ้านชาวนา ..เวอร์ชั่นเช้า ^^ มาฝากกัน ว่ามีบ้านพักแบบไหนบ้าง
เริ่มตั้งแต่ ทางเข้า บริเวณใกล้เคียง เห็นนกบินเล่นบนต้นไม้ เลยซูมภาพเข้าไปดู
อย่างว่า กล้องดิจิตอลซูม มานก้อไม่สวยเท่ากล้องแมนวลปรับโฟกัสเอง น่ะนะ
มาดูบ้านชาวนากันต่อ ถัดจากป้ายทางเข้า ก็จะเป็นร้านอาหาร และห้องคาราโอเกะ *-*
ถ่ายไปตั้งแต่ บ้านหลังแรกเลยละกัน ..เดินชมตามทางเข้าไปถึงสระว่ายน้ำกันเลย
ตอนถ่ายแถวสระว่ายน้ำนี่ มีควันลอยบนผิวน้ำตลอดเลย ดูท่าจะอุ่นดี 55+
ระหว่างเดินเก็บภาพ เพื่อนก็เตรียมตัวกันจะเสร็จแล้ว (ซะเมื่อไหร่ -*-) เดินไปปลุกเพื่อนก่อน
จะได้ไปเดินตลาดเช้ากัน บางภาพเป็นฝ้าเลย อากาศเย็นๆแล้วจะร้อนล่ะนะ ปะๆ หิวแระ ออกเดินทาง..

..แว่บเดียว ถึงตลาดเช้า ตรงไปดูร้าน ลุงอ๊อด โจ๊กสมุนไพร ยอดนิยมอีกแล้วครับท่าน คิวยาวเยียดเลย *-*
เอาวะ ตามกระแส อยากลอง ไปเข้าแถวกัน ระหว่างรอ เราก็ถ่ายร้านอื่น ถ่ายคนไปเรื่อย
ให้เพื่อนติ๊กไปซื้อโรตี ซื้อข้าวเหนียว ไก่ทอดก่อน
วันนี้ วันมาฆบูชา ก็มีคนใส่บาตรเยอะเปงพิเศษ มีพระมาเดินหลายรูป เราคิดไว้ว่า จะไปไหว้พระที่วัดกัน..
ยืนรอสักครึ่งชั่วโมงได้เลยนะนั่น เพราะมีกรุ๊ปทัวร์มากันลายคน สั่งที เปง 20+ ชามเลย ไม่รู้มาก่อนเราหรือหลังเราวา -*-
แต่ไม่เป็นไร ระหว่างรออีกแระ ก็เลยได้ถ่ายรูปลุงแบบใกล้ชิดๆ ตามภาพ พวกเราสั่งโจ๊กเห็ดหอมหมูไข่ลวก ชามละ 25บาท
พอได้โจ๊กก็ไปนั่งทานกันข้างล่าง หลังร้าน ใต้ศาลาตลาดนี่แหละ พอกินเสร็จ ก็ไปซื้อ โอวัลตินร้อนๆ มาล้างคอซะหน่อย
ใกล้ๆ กัน มีร้านลุงหล้า-ป้าต๋า คนไม่เยอะเท่าร้านกาแฟสดชาวเขา เห็นว่างๆ เลยแวะซื้อ
ตอนที่รอก้อเผอิญน้องเบนซ์มาซื้อโอวัลตินร้านเดียวกัน น้องเบนซ์ หลานลุงอ๊อดมั้ง ที่มาช่วยตอกไข่ลวก ช่วยเสริฟ์
ก้อเลยชวนน้องเขาคุยนิดหน่อย ได้สาระมาบ้าง อย่างวันที่นักท่องเที่ยวเยอะๆ มาเที่ยวกันวันหยุด
ลุงอ๊อดจะทำโจ๊ก 5-7 หม้อเลยทีเดียว แต่ถ้าเป็นวันธรรมดาทั่วไป ก็จะทำมาแค่หม้อเดียวเท่านั้น ต่างกันเยอะจริงๆ เลยเนอะ

แล้วพวกเราก็เดินดูของฝากอีกสักรอบ ดูร้านเปิดตอนสายๆ
วันนี้ คนน้อยมาก เพราะทยอยกลับไปตั้งแต่เมื่อวานแล้ว พรุ่งนี้ก็วันทำงานกันแล้วด้วย
เก็บบรรยากาศตามทาง ร้านที่เพิ่งเปิดก็มีเยอะ แวะซื้อเข็มกลัดไว้ติดกระเป๋า น่ารักๆ ซะหน่อย โปสการ์ดถึงเพื่อนๆ อีกนิด ^^
all about coffee เปิด 8.30-17.30 น. , ร้านมิตรไทยก็ 9.00 น.+ , ร้านโปสการ์ดน่ารักๆ ดูสบายตาดี มีเยอะทีเดียว
ปายบ่เปลี่ยน , Pai republic , ร้านประถม ๑ , อื่นๆ อีกเยอะครับ
ขากลับไปเอารถจะไปวัด ก็แวะถ่ายซุ้ม KTB ซะหน่อย เห็นจัดดอกไม้สวยๆ
ได้นายแบบเพื่อนตั้ม ท่าเท่มาก ^^  อะดูเวลา สายแล้ว สัก 9 โมงครึ่งได้ เราจึงเคลื่อนขบวนสู่วัดพระธาตุแม่เย็นกัน..

ทริป ปาย จ.แม่ฮ่องสอน [part 4] 7-9 Feb 2009

เหลือ part 4-5-6 นะครับ ไม่มากไม่มาย น่าจะมีเนื้อหาน้อยกว่ารูปนะครับ ^^ มาลองดูกันนะครับ
หลังจากไปตามรอยกลอฟ์-ไมค์ มาแล้ว เหอๆ ก้อมาถึง โป่งน้ำร้อนท่าปายครับ
เพื่อมาแช่น้ำร้อน ออนเซ็น ไทยแลนด์ ..ที่นี้ ใช้บัตรเข้าอุทยานฯ ใบเดียวกะเมื่อเช้า
ผ่านประตูเช่นเดียวกัน เดินไปไม่ไกลนักจะมี ร้านขาย ไข่ไก่ใส่ถุงไว้ แต่พวกเราไม่สนไข่ ^^
เดินไปตามทางไม่ไกลนัก ก็จะถึงที่แช่น้ำร้อน แต่เราอยากไปดูที่แช่ไข่ก่อน ค่อยมาแช่น้ำร้อน
ก็เลยเดินขึ้นไปตามทางอีกหน่อย เมื่อมาถึง จะพบป้าย ห้ามแช่ขา หรือห้ามลงอาบ
และอุณหภูมิน้ำสูงถึง 80 องศา ถ่ายมาให้ดูทั้งป้าย ทั้งควัน ที่ลอยบนผิวน้ำ
ถ่ายกะป้ายโป่งน้ำร้อนท่าปายด้วย มีชาวต่างชาติ ดูแช่ไข่ เพียบ เดินวนไปสักหน่อย เจอ ป้าย ห้ามต้มไข่ เพื่อนตั้มเลยจัดไป..
ทั้งหันหลัง หันหน้า ทุกคน ต้องปิดไว้ -*- แต่เพื่อนติ๊กไม่เล่นด้วยเลยแฮะ .. เดินวนไปสักหน่อย ก็จะเจอ ทางลงไปแช่น้ำร้อน
ที่เคยผ่านมา มีกลุ่มชาวต่างชาติ ลงไปแช่เยอะด้วย ..หาที่ว่างๆ ลงแช่กัน ให้เพื่อนตั๋ม ตั้ม ลงไปลองดูก่อน
แรกๆ ยังไม่ถอด ดูสีหน้าเพื่อนตั้ม ได้รมณ์มากๆ เอ้า ได้เวลา ถอดๆๆ วางสัมภาระ ไว้ริมน้ำ
ก่อนลงก็ถ่ายเพื่อนๆ ก่อน ลงไปก็พลัดกันถ่ายอีก น้ำก็ร้อนมากนะ แปปเดียวได้เหงื่อกันถ้วนหน้า
ตัวเริ่ม แดงๆแระ ใกล้จะสุก สีกำลัง น่ากินเลย เหอๆ แช่กันสัก 15 นาที ก้อไม่ไหวแล้ว - * -
ขึ้นจากน้ำ แต่งตัวจะกลับที่พัก ไปว่ายน้ำในสระว่ายน้ำของบ้านชาวนาต่อ

ขากลับไปที่พัก แวะถ่ายรูป ยามเย็น งามๆ บรรยากาศ เย็นสบาย สดชื่นมากๆ หลังแช่น้ำร้อนด้วยเนอะ หุหุ
เห็นนกบินเป็นฝูงเลย แต่อยู่ไกลมาก ในภาพ คงสังเกตไม่เห็นแน่ บินวนไปมา ก็สวยดี ยืดเส้นยืดสาย สูดอากาศ ชิลๆ ^^
มือเพื่อนตั๋มไม่นิ่งอีกแระ ภาพไหวๆ เลย ^^' ขี่รถชม รีสอร์ทตามทาง ก่อนเข้าถึงที่พัก Farmer Home บ้านชาวนา
เก็บรูปบ้านชาวนา เวอร์ชั่นกลางคืนมาให้ชมกันครับ ..มาถึงก็ไปเล่นน้ำ ที่สระว่ายน้ำของที่นี่ ถ่ายแบบใช้แฟลชบ้าง แต่ไม่สวย
ไม่ใช้แฟลชบ้าง จะดูสว่างแต่เบลอๆ เล่นน้ำเสร็จ ก็ไปอาบน้ำ แต่งตัว เตรียมไปเดิน ตลาดค่ำกันอีกวัน
นัดกันไปกินข้าวก่อนเลย หิวมากๆ เพื่อนๆ ลงความเห็นว่า ไป ผัดไทหน้าวิน อร่อยมากๆ ยกนิ้วเลย
โดยเฉพาะข้าวผัด แซ่บหลาย ..วันนี้ ก็ถ่ายบรรยากาศร้านยามค่ำ มาให้ดูกัน กินเสร็จ ก็ไปเดินตลาดค่ำ
วันนี้ คนหายไปเยอะ เพราะเดินทางกลับกันไปบ้างแล้ว (พวกเราก็ไปจองรถกลับเชียงใหม่พรุ่งนี้ไว้แล้ว)
เดินไปสุดทาง แถว Pai River Corner ข้ามสะพานไปดูเขาลอยโคมกัน ถ่ายแบบไม่แฟลช ก็จะเบลอๆ

คนน้อยๆ เลยไปถ่ายมุม ปายหนาว บ้าง แบบไม่แฟลช กะแฟลช ^^ ไอ้เราก็เดินหา โอ่งมังกร แต่ไม่ยักกะเจอ..
เพื่อนตั๋มอยากลอยโคมบ้าง จะได้มีกิจกรรมไรทำตอนดึกๆ ก็เลยไปซื้อ จากร้านลุง ที่กำลังจะขนของกลับบ้าน
แวะซื้อเสบียงก่อนกลับตามเคย คราวนี้ ซื้อร้านอ้อยเบเกอรี่ ข้างๆ 7-11 แหละ เพราะ 7-11 คนเยอะมาก
กลับถึงที่พัก ก็ไปหามุมลอยโคมกัน ไปลอยอยู่สุดขอบ สระว่ายน้ำ ทำเลแจ่มเลย เชิญชมบรรยากาศลอยโคมกันได้เลยครับ
(ตอนนี้ เวลาจริงที่เขียนเสร็จ ก้อ 20.20 น. แล้ว ขอตัวไปทานข้าวเย็น-ค่ำ ก่อนนะครับ
ไว้จะมาอัพรูป part 4 หลังทานข้าว ^_^)

ทริป ปาย จ.แม่ฮ่องสอน [part 3] 7-9 Feb 2009

ตามมาติดๆ กะpart 3 ^__^ หลังจากไปชมสะพานประวัติศาสตร์(ท่าปาย)กันมาแล้ว คงยังไม่ลืมกันนะครับ ว่า มีรถเสียอยู่1คัน
ดังนั้น เราจึงนำรถไปเปลี่ยนเป็นคันใหม่ ซะเลย กลายเป็น HONDA Dream ทั้ง 2 คันเลย มีเกียร์ตบ
ค่อยชินเท้าหน่อย 55+ แวะเอารถใหม่ไปเติมน้ำมัน ที่ปั้ม ปตท. ก่อน แล้ววกเข้าถนนหลัก 1095
ผ่านวัดหลวง แล้วเลี้ยวซ้ายไปทางโรงพยาบาลปาย ผ่านวัดหัวนา วัดน้ำฮู้ ถึงทางแยก
ข้ามสะพานทางซ้าย ถึงศูนย์วัฒนธรรมจีนยูนาน บ้านสันติชล ก้อเกือบ 11 โมงเช้า
สิ่งแรกที่สะดุดตา ก้อ ชิงช้าไม้ นั่งได้ 4 คน แล้วก้อ ภูเขาน้อยหรือก้อนหินใหญ่ มีบริการขี่ม้า 3รอบ 50บาท มีป้าย HNY2009 ภาษาจีนด้วย
พวกเราตรงดิ่งไปนั่งโต๊ะจีนเลย เจอเด็กๆ ที่ดูแลกะเด็กเสริฟ์พูดจีนกันเยอะแยะ
โซนที่มีหลังคา มีกรุ๊ปทัวร์จองไว้หมดแล้ว เราเลยไปนั่งรอบนอก ..น้องๆ เข้ามารับออเดอร์
พวกเราก็สั่ง หมันโถวนึ่งกะทอด อย่างละ 4 อัน กินกันอร่อยเหาะ จบ..
เอ้ย! สั่งขาหมูพันปี เนื้อแพะแดดเดียว ไก่ผัดพริก ข้าว1โถ น้ำ4แก้ว แต่คนเยอะมาก กว่าจะได้กินก้อเกือบเที่ยง -*-

ผ่านไปหลายนาที กินเสร็จแล้วไป ห้องน้ำ แวะดูของที่ระลึก ถ่ายภาพ บรรยากาศบ้านสันติชลนิดหน่อย
คนเยอะ ถ่ายติดแต่คนๆๆๆ ถ่ายชิงช้าไม้ ก้อนหินใหญ่ หลายกลุ่ม หลายคน หลายมุม
..เที่ยงกว่า อากาศกำลังร้อน พวกเราจึงไป น้ำตกหมอแปง ซึ่งไม่ไกลจากที่นี่
ไปถึงมีร้านขายข้าวและน้ำมากมาย หากใครจะมาทานข้าวกลางวันที่นี่ก้อน่าสนใจนะ ^^
พากันเดินไปดูน้ำตกจากข้างบนก่อนเลย ในรูปเป็นภาพถ่ายลงไปข้างล่าง ค่อยๆ ลงไป น้ำน่าเล่นมาก
ดูภาพเด็กๆ ที่เล่นกันอย่างสนุกสนาน เรียกว่า สไลเดอร์ ได้เลย ^^ มีแต่เด็ก กะชาวต่างชาติที่ลงเล่นน้ำ
..ถ่ายไปถ่ายมาเจอคู่สวีท แหม น่าอิจฉาซะจริง ดูภาพเด็กๆ เล่นน้ำ ดีกว่า 55+

หลังจากตื่นตี 5 ไปนู้นไปนี้ ก็ได้กลับมาที่พักซะที มาล้างหน้า อาบน้ำ แต่งตัวไปเที่ยวต่อ
ที่เห็นจะเป็นรูปหน้าบ้านพัก ตอนบ่าย2 ได้ มีรูปรถ HONDA Dream จอดคู่ให้ดู
เลขทะเบียนต่อกันเลย คงไม่ใช่งวดหน้านะ 66 67 -*- หุหุ  รวมตัวออกมาก้อบ่าย 2 แระ
แปปเดียว ขี่ไปถึงร้านโปสการ์ด ละแวกนั้นมีหลายร้านเลย เดินดูอยู่หลายร้าน ตกลงแวะซื้อที่ร้านมิตรไทย นี่แหละ ยอดนิยมซะ
ถ่ายหน้าร้าน หน้าแคชเชียร์ด้วย โอ้! บิลยาวเป็นหางว่าวเลย ขายดีจริงๆ ซื้อโปสการ์ด+แสตมป์ เสร็จ เริ่มหิวๆ แระ..
ยังกินข้าวไม่อิ่มเลย พากันไปหาไรกินแถวหน้าอำเภอ ไปดูร้านส้มตำหน้าอำเภอ คนเยอะ เต็มหมด เลยมองหาร้านอื่น
ไปนั่งกิน ข้าวเหนียว ส้มตำ ตำไทย ตำแคปหมู คอหมูย่าง ยำคอหมูย่าง
อาหารอีสานๆ นี่แหละ แซ่บนัว แซ่บกว่า จีนยูนานอีก 55+ กินเสร็จก็บ่าย3 กว่าแล้ว
ไปกินกาแฟร้าน all about coffee คุยกัน ชิลๆ นั่งเขียนโปสการ์ด ติดแสตมป์ หย่อนตู้ แถวนั้นแหละ ^^

กินกาแฟเสร็จแล้ว จะไปแช่น้ำร้อนกันที่ บ่อน้ำร้อนท่าปาย ระหว่างทาง ก็แวะไปถ่ายรูปสักหน่อย ฮิตกันอีกแล้ว
coffee in love เวอร์ชั่น ยามเย็น แดดส่องมาเต็มๆ ถ่ายแล้ว ดูมืดๆ แฮะ ท่าจะแสบตาด้วยนะนี่  -__-  หลับตาเลยเรา
อะๆ มีถ่ายรูปให้กลุ่มอื่นด้วย น้องๆ เขาก็น่ารักดีเนอะ 55+ วานน้องเขาถ่ายรวมให้เราบ้างดิ เอ้า..1 2 สาม แชะ!
กันเหนียวอีกรูปนะพี่ .. ถ่ายกะเสา กม. เยอะแล้ว มูฟๆ เว้ย ลงไปถ่ายข้างล่างกัน ..
ไปถึงเราก็ถ่ายรูปคู่ ให้กับคู่สวีทอีกคู่ สลับกันถ่ายกลุ่มให้เราบ้าง ^^ แล้วก้อคู่ผู้ใหญ่ มากันเป็นรถตู้
เกือบได้ถ่ายให้ทั้งคันแล้วไหมล่ะ หุหุ  อะ หันไปดูป้าย coffee in love คนยังเยอะอยู่เลย ไปแจมกันป่าว พวก
คนยังเยอะอยู่ แวะถ่ายกะเสา กม.จริง ก่อนละกัน ^^ ได้ coffee in ก่อนล่ะ ป้ายดำ เราแดง *-*
ในที่สุด เราก้อ ได้ ถ่าย love เอาให้เต็มที่ ..ไปดูคนอื่นเขาทำ love กันบ้างดีกว่า เดี๋ยวจะเบื่อพวกเราเสียก่อน 55+
(part 3 ก็จบลงด้วยประการฉะนี้ ตอนนี้ก็ เวลา 17.50 น. เวลาจริง
ตอนเขียนปิดท้าย part 3 นี้ ไว้จะตามด้วย part 4 ในไม่ช้าครับ)

 
フォト アルバムがありません。